12 ต.ค. 2551

วัตถุประสงค์ในการปลูก ต้นตะกู

วัตถุประสงค์ในการปลูก ต้นตะกู

1. ปลูกเพื่อธุรกิจ เป็นการปลูกไม้ตะกูให้ได้ระยะ แล้วทำการตัดโค่นเพื่อขายไม้ท่อนหรือแปรรูป การปลูกลักษณะอย่างนี้จะเป็นการทำงานอย่างจริงจัง โดยจะมีการดูแลบำรุงรักษาอยู่เสมออย่างเป็นขั้นตอน เมื่อถึงระยะตัดโค่นจะทำให้ผู้ปลูกมีรายได้เป็นจำนวนมากและสามารถลงทุนต่อ เนื่องได้

2. ปลูกเป็นผลพลอยได้ เป็นการปลูกตามพื้นที่ว่างในที่ดิน หรือปลูกตามแนวที่ตามคันนา เป็นต้น การปลูกแบบนี้จะทำให้ผู้ปลูกสามารถตัดโค่นไม้ได้จำนวนหนึ่งเมื่อไม้ถึงระยะ ตัดฟัน เมื่อนำมาขายก็จะได้เป็นรายได้ เสริมที่ค่อนข้างดี การปลูกแบบนี้จึงเป็นเหมือนผลพลอยได้บนเนื้อที่ๆ ไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์

3. ปลูกเพื่อใช้ไม้ การปลูกแบบนี้จะทำการปลูกต้นไม้ไว้ให้เท่าที่ต้องการใช้ และเมื่อถึงเวลาลูกออกเรือนก็จะตัดไม้ดังกล่าวมาทำการปลูกเรือน

1 ต.ค. 2551

ลักษณะต้นตะกู และต้นตะกูยักษ์

ลักษณะต้นตะกู และต้นตะกูยักษ์

เป็นไม้ที่มีลำต้นสูงเปลา มีขนาดสูง 15-30 เมตร เนื้อละเอียดสีเหลืองนวล แข็งแรงน้ำหนักเบา เปลือกสีน้ำตาล ขรุขระเป็นร่องละเอียดตามแนวลำต้น ลักษณะกิ่ง แตกเป็นแนวทำมุมกับพื้นดินวางตำแหน่งเป็นคู่ในตำแหน่งตรงข้ามกันเป็นช่วงๆ ตามแนวลำต้นแต่ละช่วงสลับกัน ใบเป็นใบเดี่ยวทรงรีคล้ายใบสัก ผิวเนียนละเอียด หลังใบมองเห็นกระดูกใบชัดเจน ใบและก้านมีกลิ่นหอม
โดย จะมีขนาดใบเฉลี่ยโดยประมาณ ด้านกว้าง 12-25 ซ.ม. ด้านยาว 18-30 ซ.ม. ดอกมีสีเขียวอมเหลือง เมื่อแก่จะกลายเป็นสีเหลืองเข้ม มีกลิ่นหอม กลุ่มดอกลักษณะกลม ความโตประมาณ 3.5-7 ซ.ม. กลุ่มดอกจะออกในตำแหน่งปลายกิ่ง ในกลุ่มดอกมีกลีบดอกอัดแน่นจำนวนมาก แต่ละดอกมีกลีบดอก 5 กลีบ ใต้กลีบดอกมีกระเปาะเมล็ด 4 กระเปาะ มีเมล็ดข้างใน เมื่อผลแก่เต็มที่จะร่วงลงตามธรรมชาติ ซึ่งจะมีลักษณะเด่นดังนี้

โตเร็ว ต้นเปลา ตรง ไม่มีกิ่งตามต้นเกะกะเนื่องจากต้นไม้จะทำการสลัดกิ่งตลอดเวลาที่เจริญเติบโต แปรรูปได้ปริมาณไม้ต่อต้นสูง

-ทนแล้ง

-ทนน้ำหรือน้ำท่วมขัง ตะกูสามารถอยู่รอดได้ในพื้นที่น้ำท่วมขัง และสามารถเจริญเติบโตได้เมื่อไม้ฟื้นตัวหลังน้ำลด

-ตะกูจะมีการงอกขึ้นใหม่ได้อีกจากโคนเดิมหลังจากการตัดฟันซึ่งเป็นลักษณะของไม้โตเร็ว ทำให้ผู้ปลูกไม่ต้องลงทุนในการปลูกต้นกล้าหลายรอบ